July 31, 2008
Amasense Mini Course Day #3
การปรับแต่งค่าต่างๆใน Wordpress
มาต่อกันเลยครับสำหรับวันที่ 3
โดยค่าเริ่มต้น (deafult) URL หน้าของเว็บเพจสำหรับ Wordpress จะมีลักษณะแบบนี้ http://www.yourdomain.com/?p=1 URL ลักษณะ search eninges ไม่ว่าจะเป็น Google, Yahoo และ MSN บอกว่าไม่ชอบ ดังนั้นเราต้องมีการปรับแต่ง URL ให้มีลักษณะที่ search engines ชอบคือ http://www.yourdomain.com/post-name.html ให้ไปที่ระบบ Admin ของ Wordpress คลิก settings >> permalinks เลือกที่ Custome Structure แล้วใส่ /%category%/%postname%.html ลงไป อย่าเพิ่งใจร้อนกด Save Changes นะ ในส่วนของ Optional ให้ใส่เครื่องหมาย / (สแลซ) และตามด้วยจุด . ลักษณะนี้ /. ลงไปในช่อง Category Base การทำแบบนี้มันจะทำให้ไม่มีคำว่า category ใน URL อีกต่อไป
ก่อนทำ http://www.yourdomain.com/category/category-name
หลังทำ http://www.yourdomain.com/category-name
จากนั้นคลิก Save Changes

ถ้าไม่มีปัญหาใดๆ มันจะมีข้อความว่า Permalink structure updated แต่ถ้าท่านเจอข้อความว่า You should now update your .htaccess file ท่านต้องเข้าไปแก้ไขไฟล์ .htaccess ในโฮสของท่าน ให้เปิด Notepad ขึ้นมาจากนั้น copy ข้อความซึ่งอยู่ด้านล่างสุดของหน้า permalinks ลงไป ข้อความดังกล่าวอาจเป็นลักษณะนี้
# BEGIN WordPress
<IfModule mod_rewrite.c>
RewriteEngine On
RewriteBase /
RewriteCond %{REQUEST_FILENAME} !-f
RewriteCond %{REQUEST_FILENAME} !-d
RewriteRule . /index.php [L]
</IfModule># END WordPress
จากนั้น save เป็น htaccess.txt แล้วก็ upload ขึ้นโฮสโดยใช้ CtueFTP (หรือ FTP ตัวอื่นที่ท่านมี) สุดท้ายเปลี่ยนชื่อไฟล์จาก htaccess.txt เป็น .htaccess เสร็จแล้วครับการปรับแต่ง URL เว็บของท่านใหเป็นที่ชื่นชอบของ search engines
ต่อมาคลิกที่ Reading จำนวนโพสต่อหนึ่งหน้าผมแนะนำว่าอย่ามากจนเกินไป เพราะมันจะทำให้หน้านั้นมีขนาดไฟล์ที่ใหญ่เวลา search engines เข้ามาเก็บข้อมูลจะใช้เวลามากเกินไปซึ่งไม่เป็นผลดีเลย อีกทั้งเวลา user เข้ามาใช้งานมันจะโหลดนานน่าเบื่อ ส่วนตัวบนคิดว่า 5-10 โพสกำลังสวย ระบบของ Wordpress มันจะมีระบบ Feed Content เว็บไซด์หรือบล็อกอื่นสามารถนำเนื้อหาที่เราโพสไปนั้นนำไปใช้ยังเว็บของตนได้โดยผานระบบ Feed ดังนั้นให้ set เป็น Summary น่าจะดีกว่า เพราะเดี่ยวโดน copy เนื้อหาทั้งยวง

ลุยต่อ คลิกที่ Discussion เนื่องจากผมมองว่าเราทำเว็บไซด์เป็นลักษณะ Affiliate Site เราคงไม่ต้องการใช้ Web Master คนอื่นเข้ามา Comment ในบล็อกของเราแล้วเข้ามาโปรโมทสินค้า Affiliate เฉกเช่นเดียวกัน อีกอย่างการเปิดให้ comment ได้นั้นมันเปิดโอกาสให้ Spam Bot เข้ามาก่อกวนได้ง่าย ผมแนะนำให้ปิดให้หมดเลยครับแบบนี้

ว่ากันด้วยเรื่องของ Plugin
Plugin ช่วยทำให้เว็บไซด์ที่ทำจาก Wordpress ของเรามีศักยภาพมากขึ้นเหมือนกับการเพิ่มพลังอะไรประมาณนั้น มันมี plugin เยอะมากๆท่านสามารถเข้าไปดูได้ที่ Plugin Directory แต่ plugin ที่ผมอยากจะแนะนำว่าต้องมีในเว็บไซด์ของท่านก็คือ
- Google XML Sitemap: เป็นที่ยอมรับกันว่า Google เป็นเบอร์หนึ่ง search engines ในเวลานี้ใครๆก็อยากให้เว็บของตนมีอันดับดีๆบน Google เพราะนั่นหมายถึงรายได้ต่างๆที่จะตามเข้ามา Google เองทำงานหนักมากในการที่ต้องส่ง Spider เข้ามาเก็บข้อมูลของเว็บเพจในแต่ละวันนับล้านเว็บเพจ เราซึ่งเป็นคนทำเว็บก็ต้องหาวิธีการแบ่งเบาภาระโดยการทำหน้ารวมลิงค์ของเว็บเพจทั้งหมดแล้วทำอยู่ในรูปที่ทาง Google หรือ Search Engines ตัวอื่นสามารถเก็บข้อมูลได้เร็ว นั่นก็คือ XML Sitemap
- Contact Form: ต้องมีระบบการติดต่อระหว่าง User กับเรา เพราะไม่แน่อาจจะมีคนสนใจยื่นข้อเสนอดีๆให้เรา เช่น ขอลงโฆษณา
- Nice Search: ปกติแล้วตัว Wordpress เองจะมีระบบค้นหา แต่ URL ของผลการค้นหามักจะเครื่องหมาย ? รวมอยู่ด้วยเสมอ ซึ่งผมมองว่ามันดูไม่ค่อยดี plugin ตัวนี้จะช่วยทำให้เครื่องหมายดังกล่าวหายไป
- Feed Burner: ตัวนี้เป็นบริการฟรีอีกแห่งของ Google เราสามารถเข้าไปสมัครได้ฟรีที่ Feedburner.com การใช้ plugin ตัวนี้ช่วยให้เราทราบข้อมูลว่ามี user สมัครใช้งาน รับข่าวสารผ่านระบบ Feed เว็บของเราเท่าไหร่
- Link Cloaking: เนื่องจากเราทำ Affiliate Site ดังนั้นลิงค์ขาออกที่ไปยัง Amazon หรือ Affiliate ตัวอื่นๆ เราไม่อยากให้ User เห็นว่ามันเป็นลิงค์เพื่อการขายของ plugin ตัวน้ีจะช่วยทำให้ Affiliate Links ยาวๆดูแล้วน่าเกลียดเหมือนโจรผู้ร้ายให้กลายมาเป็นพระเอกอย่างง่ายดาย
มันยังมี Plugin ดีๆอีกหลายตัวที่จำเป็นสำหรับ Affiliate Website ของท่าน แต่ผมต้องขอปิดไว้ก่อน ถ้าท่านต้องการทราบถึงข้อมูลทั้งหมดผมขอแนะนำ Amasense Private Member ครับ
อย่างไรก้ตาม plugin ที่กล่าวมานั้นผมได้ upload รวมไว้ที่เดียวกันเพื่อให้ง่ายต่อการค้นหา เมื่อท่าน download มา ก็ upload มันขึ้นไปที่ wp-content/plugins จากนั้นก็เข้าไป activate ในระบบ Admin ของ Wordpress ให้เรียบร้อย

ต่อไปจะเริ่มสร้าง Category เหมือนเดิมครับเข้าไปที่ Amazon แล้วดูว่าจะแบ่ง category เป็นอะไรบ้าง ของผมเป็น Musical จะแบ่งเป็นสัก 11 Category ในลักษณะนี้

การเพิ่ม category ให้ไปที่ manage >> category แนะนำว่าในช่อง Description ของ category ใส่คำบรรยายไปด้วยจะดีมาก จากนั้นคลิกที่แท็บ Users จากนั้นให้เพิ่ม User เข้าไปโดยกำหนดบทบาท (Role) ให้เป็น Author เนื่องจากผมมี 11 Category ดังนั้นผมจะเพิ่ม User ทั้งหมด 11 คน ทำไมถึงแบบนี้? คงไม่ดีแน่ถ้าผู้ที่โพสเนื้อหาลงไปในบล็อกทั้ง 11 category เป็น user เดียวกันทั้งหมด เราต้องทำให้บล็อกของเราดูเหมือนว่ามี Author หลายคน นี่คือสุดยอดเคล็ดลับการ Optimize ที่น้อยคนจะรู้
การเพิ่ม user แนะนำให้เป็นชื่อคนจริงๆ ท่านสามารถเข้าไปใช้บริการ Random Name Generator แล้วนำชื่อที่ได้มาใส่ ส่วนเรื่องข้อมูลอื่นๆก็ใส่มั่วๆไปก็ได้ไม่เป็นไร หลังจากทุกอย่างพร้อม ก็เริ่มโพสเนื้อหาได้เลย
เนื้อหาส่วนใหญ่มันก็จะเป็นสินค้าของ Amazon ที่ฝัง Affiliate ID ของเราเข้าไปเมื่อมี User คลิกผ่านลิงค์แล้วเข้าไปซื้อสินค้าใน Amazon เราก็ได้ค่า commision การโพสท่านอาจจะ copy สินค้าแล้วมาวางลงในบล็อกเลยก็ได้ แต่เทคนิคที่ผมใช้ใน Amasense Full Course จะเป็นระบบอัตโนมัติทั้งหมด
โพสผ่านไปสัก 2-3 วัน ขั้นตอนต่อไปก็คือการโปรโมท พรุ่งนี้ผมจะมาเล่าต่อว่าเทคนิคการโปรโมทที่ออกแรงนิดหน่อยแต่ได้ผลงานที่น่าพอใจมันมีอะไรบ้าง คอยติดตามนะครับ




4 Comments »
July 31, 2008
Jerk :
รอดูวิธีโปรโมทครับ
paisan :
เมื่อเข้าเนต สิ่งแรกที่ทำต้องเข้ามาเยี่ยม pudit.com ว่ามีข้อมูลอะไรที่อัพเคทบ้าง
ถึงแม้ว่าผมจะมีประสบการณ์น้อย แต่ก็พอเข้าใจภาพรวมว่าเป็นการตลาดออน์ไลนืที่ยั้งยืน
ขอบคุณครับที่คอยช่วยเหลือ
ไพศาล
kirana :
รอติดตามอยู่นะคะ ได้ความรู้เยอะมากถึงจะเพิ่งเริ่มก็เหอะ
ตอนนี้ก็นั่งรอ password เพื่อดูวิดีโออยู่ค่ะ (นานมั๊ยค่ะกว่าจะได้)
จะติดตามต่อไปค่ะ เว็ปนี้กลายเป็นเว็ปประจำไปแล้วอิอิ
August 8, 2008
mongkutthong :
ผมก็เป็นแฟนเว็ปนี้ เป็นสมาชิก gold member ด้วย เนื้อหาอัดแน่นด้วยคุณภาพจริงๆแต่แฟนๆต้องมีพื้นฐานทาง online marketting ด้วย เพราะข้อมูลต่างๆ จะค่อนข้าง advanced